Nattarika's profile♬ ♪ ♩ ♭♫ แม่หญิง♬ ♪ ♩ ♭♫PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 22

    Tears - Otsuka Ai

     

     

     

    目にうつる 桜の舞う ある日の午後
    me ni utsuru sakura no mau aru hi no gogo
    ภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของฉันคือ
    กลีบดอกซากุระปลิวไปตามสายลมในตอนบ่าย

     

    目にうつる 君と僕の つないだ手と手
    me ni utsuru kimi to boku no tsunaida te to te
    ภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของฉันคือ ภาพของเธอและฉันที่กุมมือกันไว้

     

    あの日のコト
    ano hi no koto
    เรื่องราวของเราในวันนั้น

     

    忘れたわけじゃないけど
    wasureta wake jyanai kedo
    ฉันก็ยังไม่อาจลืมเลือน

     

    さよなら しようと思うんだ
    sayonara shiyou to omounda
    แต่ฉันกลับบอกเธอว่า ลาก่อน

     

    君のコト 思い出せば 涙があふれてくる
    kimi no koto omoidaseba namida ga afurete kuru
    หยาดน้ำตาที่ไหลรินทุกครั้งที่ฉันคิดถึงเธอ

     

    君のコト 思い出せば 涙があふれてくる
    kimi no koto omoidaseba namida ga afurete kuru
    หยาดน้ำตาที่ไหลรินทุกครั้งที่ฉันคิดถึงเธอ

     

    大切に思っていた 僕の恋しいヒト
    taisetsu ni omotte ita boku no koishii hito
    สิงที่มีค่าที่สุดสำหรับฉันคือเธอ คนที่ฉันรัก

     

    大切な時間さえも あげられなかった
    taisetsu na jikan sae mo agerarenakatta
    แม้ในช่วงเวลาที่สำคัญ ฉันไม่สามารถเคียงข้างธอได้

     

    1人にして 悲しませた 僕の失った恋しいヒト
    hitori ni shite kanashimaseta boku no ushinatta koishii hito
    ฉันทอดทิ้งเธอให้พบกับความปวดร้าวเพียงลำพัง

     

    君のコト 思い出せば 涙があふれてくる
    kimi no koto omoidaseba namida ga afurete kuru
    หยาดน้ำตาที่ไหลรินทุกครั้งที่ฉันคิดถึงเธอ

     

    君のコト 思い出せば 涙があふれてくる
    kimi no koto omoidaseba namida ga afurete kuru
    หยาดน้ำตาที่ไหลรินทุกครั้งที่ฉันคิดถึงเธอ

     

    君のコト 思い出せば 涙があふれてくる
    kimi no koto omoidaseba namida ga afurete kuru
    หยาดน้ำตาที่ไหลรินทุกครั้งที่ฉันคิดถึงเธอ

     

    君のコト 思い出せば 涙があふれてくる
    kimi no koto omoidaseba namida ga afurete kuru
    หยาดน้ำตาที่ไหลรินทุกครั้งที่ฉันคิดถึงเธอ

     

     Sakusa.png picture by Canon_D

    Credits Lyrics :  extasy.lemoned

    Credits Pic : yocca

    Trans : Nattari

     

     

      

     

    ช่วงนี้ฟังแต่เพลงเศร้า อารมณ์เหงาเกินบรรยาย

    ประวัติศาสตร์ คือเรื่องดี ๆ ที่เราเลือกที่จะบันทึกไว้

    แต่ความทรงจำ คือ สิ่งที่เราไม่ได้เลือกแต่ต้องอยู่กับมันตลอดไป

    February 28

    +*+ Depressed +*+


     

     

    สวัสดี 29 กุมภาพันธ์ เวลาผ่านมาครบอีกรอบแล้วนะ

    วันนี้มันเหมือนวันพิเศษ ๆ ของหลาย ๆ คน

    สำหรับฉัน มันคือวันพิเศษ ในความรู้สึก วันที่ 4 ปีมีครั้ง

    วันเกิดของ Fuji Syusuke อัจฉริยะแห่งเซชุน เรื่อง Prince of Tennis

    ตัวการ์ตูนที่ชื่นชอบ ตัวหนึ่ง ด้วยลักษณะรูปร่าง  นิสัย องค์ประกอบหลายๆ อย่าง

    ฉันรักตัวละครตัวนี้ โดยไม่มีเหตุผล  อาจจะเป็นเพราะ

    ฟูจิ คิอ คนในจิตนาการแล้วความฝัน ที่ฉันอยากจะเป็น

    ขอให้มีความสุขนะ ฟูจิคุง

     

    9369100.jpg image by Canon_D

     

    *-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*

     

    ผ่านเรื่องของฟูจิ มาแล้ว แต่วันนี้ ฉันรู้สึกเศร้า อยากร้องให้

    ใจมันหวิว ๆ ทั้ง ๆ ที่ทุกอย่างก็ดำเนินไปเช่นเดิม

    รู้สึกเหมือนหมดกำลังใจในหลาย ๆ อย่าง

    ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นกับวันพิเศษแบบนี้เลยนะ

    เมื่อวานเพิ่งจะแปลเพลง  Tabidachi no Uta บทเพลงเริ่มของการเดินทาง

    แต่มาวันนี้ฉันกลับท้อซะแล้ว เฮ้ออออออออ

    รู้สึกเหมือนว่า ไม่อยากจะหายใจ ต่อไปอีกแล้ว ....

     

    81.jpg image by Canon_D

     

    滅入る

     

    *-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*-+*

     

    Birth and Death by Dai   

     

     
    February 27

    旅立ちの唄 (Tabidachi no uta)

    อยากจะเขียนเรื่อง koizora แต่เห็นเพื่อน ๆ เขียนกันเยอะแล้ว
    เป็นหนังอีกเรื่องที่น่าประทับใจ เดือนมีนา ถ้าหนังยังไม่ออกโรง
    คงไปดูอีกรอบ ที่ประทับใจอีกอย่างคือเพลงประกอบ โดยเฉพาะเพลง
    Tabidachi no uta ร้องโดย Mr. Children 
    2 วันมานี่เลยนั้งแปลเพลง (เหมือนจะว่างมาก)
    แปลตามมีตามเกิด ผิดพลาดประการใด ก็ทักทวงกันได้นะ

    旅立ちの唄 (Tabidachi no uta)

    A song of departure

     

    怖がらないで

    จงอย่าหวาดกลัว

    手当たり次第に明かりつけなくても
    ถึงแม้ว่าเราจะจุดประกายไฟด้วยมือของตัวเองไม่ได้

    いつか一人ぼっちの夜は明けてゆくよ
    คงมีสักวันหนึ่ง ในคืนที่เราอยู่คนเดียวประกายไฟนั้นสว่างขึ้น

    転んだ日は遥か遠く感じていた景色も

    แม้ว่าภาพที่เธอได้ล้มลงนั้น มันจะรู้สึกว่าอยู่ห่างไกล

    起き上がってよく見ると なんか辿り着けそうじゃん
    จงพยายามลุกขึ้น เพียงแค่นั้นเธอก็จะรู้สึกว่า เธอจะสามารถไปถึงจุดหมายที่ตั้งใว้ได้

     

    君の大好きだった歌 街に流れる
    ฉันได้ยินบทเพลงที่เธอชื่นชอบในเมืองนั้น

    それは偶然が僕にくれた  さりげない贈り物
    นั้นเป็นของขวัญธรรมดา ๆ ที่ฉันไม่ได้คาดคิดว่าจะได้

    旅立ちの唄 さぁどこへ行こう?

    บทเพลงของการเดินทางได้เริ่มต้นขึ้น เธอคิดจะไปที่ไหน
    またどこかで出逢えるね
    พวกเราคงได้พบกันอีกครั้ง ณ ที่ไหนสักแห่ง

    とりあえずさようなら
    แต่ในตอนนี้เราคงต้องบอกลากันและกัน

    自分が誰だか分からなくなる時 君に語りかけるよ

    เมื่อเวลาเธอท้อแท้ ไม่เข้าใจใครสักคน  ฉันจะคุยกับเธอ

    でももし聞こえていたって 返事はいらないから
    ถึงแม้ว่าเธอจะได้ยินเสียงฉัน ฉันก็ไม่ต้องการคำตอบจากเธอ


    大切なモノを失くして また手に入れて
    ถ้าเธอทำสิ่งสำคัญหล่นหาย จงพยายามเอากลับมาอยู่ในมืออีกครั้ง

    そんな繰り返しのようでその度新しくて
    และมันจะกลับมาเป็นแบบนั้น เป็นตอนนั้นอีกครั้ง


    これ以上 涙流したり笑いあったり
    ในทั้งหมดนี้ พวกเราหัวเราะด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน

    「出来ない」と言ってたって やっぱり人恋しくて
    ฉันทำไม่ได้เธอพูด ในที่สุดพวกเราก็โหยหาซึ่งกันและกัน
    今が大好きだって躊躇などしないで言える
    ฉันชอบที่เป็นอยู่ตอนนี้ ถึงอย่างนั้นฉันก็พูดได้โดยไม่ลังเล ว่า


    そんな風に日々を刻んで行こう
    พวกเราจะสร้างความทรงจำร่วมกัน


    どんな場所にいても
    ไม่ว่าพวกเราจะอยู่แห่งใหน

    始まりの祝い 唄う最後の歌
    กับการเริ่มต้นของการฉลอง และบทเพลงสุดท้าย

    僕は今手を振るよ  悲しみにさようなら
    ตอนนี้ฉันโบกมือให้เธอ เป็นการบอกลาที่แสนเศร้า

    疲れ果てて足が止まる時 少しだけ振り返ってよ
    ขาที่ก้าวออกไปอย่างเหนื่อยล้าหยุดลง และมองกลับไปมองเพียงเล็กน้อย

    手の届かない場所で 背中を押してるから
    เพราะฉันกำลังนวดหลังตัวเองในส่วนที่ มือฉันเอื้อมไปไม่ถึง


    旅立ちの唄 さぁどこへ行こう?
    บทเพลงของการเดินทางได้เริ่มต้นขึ้น เธอคิดจะไปที่ไหน
    またどこかで出逢えるね

    พวกเราคงได้พบกันอีกครั้ง ณ ที่ไหนสักแห่ง

    とりあえずさようなら
    แต่ในตอนนี้เราคงต้องบอกลากันและกัน

    自分が誰か忘れそうな時 ぼんやり思い出してよ
    ถ้าเกิดเธอเหมือนจะลืมใครบางคน อย่างน้อยก็นึกให้ออกสักนิดก็ยังดี

    ほら 僕のからだ中 笑顔の君がいるから
    รอยยิ้มของเธอนั้นอยู่ในตัวฉัน
    背中を押してるから 

    ฉันจะคอยดูเธอจากข้างหลัง

    でも 返事は いらないから
    โดยไม่ต้องการคำตอบใดๆ

     

    ..........................

     

       
    February 12

    แด่..เธอผู้เป็นที่รัก

     

     

    มาถึงอีกปีแล้วสินะ วันแห่งความรัก ที่หลาย ๆ คนเฝ้ารอ

     

    พอถึงวันนี้ทีไร ก็ยังเป็นวันที่ฉันจะเขียนถึงเธอคนที่ฉันรัก

     

    กี่ปีแล้วนะที่รู้จักกับเธอ นานแค่ใหนแล้ว ............

     

    การใช้ชีวิตอยู่กับเธอ ช่างเป็นชีวิตที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

     

    แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำ คือ รอยยิ้มของเธอยังคงสดใสเสมอสำหรับฉัน

     

    ยามที่อ่อนล้า เหนื่อย ท้อแท้ หมดกำลังใจ ไม่มีแรงที่จะสู้ต่อ

     

    แค่ได้ยินเสียงเธอ ฉันก็มีกำลังใจ มีเรี่ยวแรงในการดำรงชีวิตต่อไป

     

    แม้ว่าฉันทำผิดขนาดใหนเธอไม่เคยที่จะซ้ำเติม

     

    ถึงบางครั้งเราจะทะเลาะกัน บางครั้งต้องทำให้เธอร้องให้

     

    แต่เธอก็ยังคงให้อภัยคนนิสัยไม่ดีอย่างฉันเสมอ

     

    ครั้งล่าสุดที่เราได้พบกัน ดูเธอเปลี่ยนไปนิดหน่อย

     

    แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือรอยยิ้ม ที่เราคิดว่าไม่มีใครยิ้มได้สวยเท่าเธออีกแล้ว

     

    เราทานข้าวด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน บอกเล่าเรื่องราวระหว่างไม่ได้พบกัน

     

    มันคือความสุขอันน้อยนิดที่ฉันมี ในการใช้ชีวิตที่เริ่มนับถอยหลัง

     

    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกที คือวันแห่งความรัก

     

    แต่สำหรับฉัน มันคือ วันที่สำคัญที่สุดวันหนึ่ง

     

    ใช่แล้ว นั้นคือ วันเกิดของเธอ เธอผู้เป็นที่รัก คนเดียวของฉันตลอดไป

     

    ปีนี้เราไม่ได้อยู่อวยพรวันเกิดเธออีกปีแล้วสินะ

     

    แต่วันนี้ในทุก ๆ ปีฉันจะโทรศัพย์ไปอวยพรวันเกิดเธอ

     

    ปีนี้เช่นกัน ฉันจะตื่นแต่เช้าแล้วโทรหาเธอคนแรก

     

    ฉันอยากให้เธอพบแต่ความสุข มีสุขภาพที่แข็งแรง

     

    สมปราถนาในสิ่งที่หวังไว้ทุกอย่าง

     

    พักผ่อนให้มาก อย่าทำงานหักโหมมากไปนะ

     

    อย่าทะเลาะกันบ่อยหละ มีอะไรค่อย ๆ พูด ค่อยๆ จา กัน

     

    เพราะว่าทะเลาะกันทีไร คงเป็นฉันที่ไม่สบายใจทุกที

     

    และปีนี้ฉันคงได้ยินเสียงของเธอในเช้าวันแห่งความรักเหมือนเช่นทุกปี

     

     

     

     

     

     

    สุขสันต์วันเกิดค่ะ แม่

     

    January 23

    Love in Snow - Ueda Tatsuya


     

     

    สนองความต้องการของตัวเองสักหน่อย

    เลยนั่งแปลเพลงที่กำลังชอบ ตอนนี้ (ทำไมเพิ่งมาชอบก็ไม่รู้นะ) 

    นั้นคือเพลง...

    Love in Snow - Ueda Tatsuya

    ไม่อยากจะบอกว่าช่วงนี้กำลัง scream คนนี้อยู่

    (ไอจัง อารากิ อย่าน้อยใจนะจ๊ะ อย่างไรก็ยังรักไอจัง กับอารากิเหมือนเดิม)

    ฟังครั้งแรก ไม่รู้หรอกว่าเพลงอะไร

    รู้แค่ว่า เพลงนี้มันเข้ากับชีวิตช่วงนี้เลย

    กับการแอบรักใครสักคน โดยที่คนนั้นไม่สามารถรับรู้ได้เลย

    เป็นเพลงที่สวย สวยทั้งเพลง สวยทั้งคนร้อง (สวยจริงๆ )  ทั้งคำแปล (ชมตัวเองนะ)

    แปลถูก แปลผิด เอาตามความเข้าใจของคนแปลหละกัน

     *** เขิล*** ( แล้วมันจะแปลทำไมเนี้ย)

     

     

    Love in Snow - Ueda Tatsuya

     

    切なくなる帰り道 いつまで続くの?

    taisetsunakunaru kaeri michi itsumade tsutsukuno ?

    หนทางที่แสนจะทรมาณนี้จะยาวไกลถึงไหนกันนะ

     

    心の隙間を埋めてくれる雪

    kokoro no sukima wo umete kureru yuki

    หิมะที่ตกลงมาเติมเต็มช่องว่างของหัวใจ

     

    いつも見慣れた風景に 君がいるだけで見たことのない街に見えてくる

    itsumo minareta fuukei ni kimi ga irudakede mitakoto no nai machi ni miete kuru

    เป็นภาพที่ดูจนชินตา หนทางที่มืดมัว ก็สามารถมองเห็นขึ้นมาได้ เพราะมีเธออยู่

     

    * 叶わない恋だとしても「君が好きです」

    kanawanai koi da toshitemokimi ga sukidesu

    ถึงแม้ว่าจะเป็นความรักที่ไม่สมหวัง [ ฉันชอบเธอ ]

     

    会いたい会いたい それだけを望みます
    aitai aitai  soredake wo nozomimasu.

    ฉันอยากพบเธอ... ฉันอยากพบเธอ....ขอเพียงเท่านี้

     

    溢れる想いをあなたに届けましょう

    afureru omoi wo anata ni todokemashyou.

    ขอส่งความคิดถึงที่เอ่อล้นนี้ไปให้เธอ

     

    白い雪に込めて。。。 静かに降る雪は

    shiroi yuki ni komete... shizukani furu yuki wa

    ฝากไปกับหิมะสีขาว หิมะที่ตกลงมาอย่างเงียบเหงา

     

    誰かの愛の言葉だから
    dareka no ai no kotoba dakara
    เพราะเป็นคำสารภาพรักของใครบางคน

     

    Repeat *

     

    やがて雪が止んで 光が差して 通じ合えるのでしょう

    yagate yuki ga yande hidari ga sashite tsuuji aeru no deshyou

    ในไม่ช้าหิมะก็คงจะหยุดตก แสงตะวันสาดส่องผ่านมาพอดี (คุณจะสามารถเข้าใจไหม)

     

    私はいつも見上げてる 止むはずのない雪を
    watashi wa itsumo miageteru yamu hazu no nai yuki wo

    สำหรับฉันจะมองขึ้นไปมองดูหิมะที่ไม่มีวี่แววว่าจะหยุดตก...........

     

    (Even If can't get your love .I'll send my love with white snow)

     

     

     kabegami-loveinsnow-ueda.jpg image by Canon_D

                                              kabegami-loveinsnow-00ueda.jpg image by Canon_D

     

     

        

     

     

     

    PS. เตือนคุณแล้ว ว่าแปลตามความเข้าใจของคนแปลเอง

    มันจะผิดไปบ้าง (เยอะเลยหละ) แต่เราเข้าใจแบบนี้

    ใครหลงเข้ามาแล้ว ก็ทำใจหละกัน เพราะเราไม่ได้เก่งญี่ปุ่นเลย

     

    *** คิดถึงครอบครัวเหมือนเดิมจ๊ะ***

     

    January 10

    Far and Away

     

    หนังที่ดู

     

    Boy’s Love ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากจะเขียนเรื่องนี้ อาจจะเพราะ Scream หนังแนวนี้อยู่ก็เป็นได้

    แต่ก็นะ ไม่ค่อยดูหนังไทยแนวนี้สักเท่าไหร่ ส่วนมากจะดูของญี่ปุ่น ไม่ก็ของฝั่งตะวันตกไปเลย

    เคยรู้สึกไม่ดีกับหนังไทยที่ทำออกมาให้แนว Boy’s love สื่อออกมามันหยาบมาก
    ทั้งที่ๆ หนังแนวนี้
    เป็นหนังที่ละเอียดอ่อนทั้ง เนื้อเรื่อง ภาพ มุมกล้อง เพลง

    องค์ประกอบหลายๆ อย่าง รักแห่งสยาม ไปดูกับเพื่อนที่บอร์ด D-Boys

    เป็นหนังที่ดีนะ องค์ประกอบทุกอย่าง ทำให้ประทับใจ แม้จะไม่มากเท่าเก๋

    แต่ทำให้เรารู้สึกว่า คนไทยก็ทำหนังแนวนี้ได้ ทำออกมาดีด้วย

    บางฉากน้ำตาเราไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

    (คงไม่มีใครสังเกตุเห็นนะ) เพลงประกอบเพราะมาก ปกติไม่ค่อยฟังเพลงไทย

    ยกเว้นไอ้น้องหมู น้องที่ทำงานเปิดเท่านั้น เพลงประกอบหนังเรื่องนี้ทำให้เรา

    หันกลับมาฟังเพลงไทย (เฉพาะเพลงประกอบหนังเรื่องนี้นะ)

    อยากจะขอบคุณทีมงานทุกท่าน ที่รังสรรค์หนังเรื่องนี้ขึ้นมา

     

    การเดินทาง

     

    การก้าวย่างแต่ละก้าวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรกันนะ

    การทำงานวันแรกของปี ก็รับรู้เรื่องหลาย ๆ อย่าง บางอยาก็เกิดความสงสัย

    บางอย่างก็ไม่เข้าใจ ความรู้สึกสนุกในการทำงานลดลงนิดหน่อย

    ไม่มากหรอก นิดหน่อย เพราะเสียความรู้สึกแทนพี่ Engineer คนหนึ่งเท่านั้นเอง

    แต่ก็นะคงอีกไม่นานหรอก พี่เขาคงลาออกแล้ว

    สำหรับเราจะทำได้อีกนานแค่ใหนยังไม่รู้เลย

    วิถีทางของแต่ละคนเปลี่ยนแปลงไปในทางใหนกันแน่นะ

     

     

    ความสุข

     

    ระยะเวลา 1 ปี กับการได้กลับบ้าน เจอหน้าพ่อ แม่ น้องสาว หลานสาว
    เป็นอะไรที่มีความสุขมาก
    10 วันกับความสุขที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
    มารู้ตัวอีกทีก็อยู่ในห้องเดิม ๆ เจอวัฎจักรของชีวิตแบเดิม ๆ

    เหมือนตื่นขึ้นมาจากฝัน แต่เป็นฝันดี แทบจะไม่อยากจะตื่น

     

     

    ความรัก

     

    มีไว้ให้ครอบครัวแค่นั้น ไม่ได้เผื่อไว้ให้ใคร (บางคนอาจจะเรียกว่าคู่ครอง)

    บางทีก็อยากจะรักใครสักคนเหมือนกันนะ แต่หนทางยังคงอีกยาวไกล

    เหมือนกับว่าไม่มีหัวใจไว้รักใคร ยังสนุกกับการอยู่คนดียว

    ยังไม่พร้อมที่จะดูแลใคร เพราะตัวเองยังเอาตัวไม่รอด

     

    ความชอบ

     

    อืม...... หลายอย่างนะ แต่อยากจะเขียนถึงคนที่แอบชอบ

    ผู้หญิงคนนั้น คนเดิม ที่แอบมองมาตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว

    ปัจจุบันเธอก็ยังเป็นที่สนใจของเราตลอด อยากถ่ายรูปมาจัง

    แต่กลัวว่ามีคนเห็นรูปแล้วเอาไปบอกเธอเราคงเป็นพวกโรคจิตมั้ง

    วันนี้ก็เจอ เจอตอนที่กำลังรั่วด้วย เห็นเธอแอบหัวเราะ

    แถมพี่เอกดันแซวเราซะอีก “หัวใจอย่าเต้นออกมาข้างนอกนะมรึง”

    อย่าให้เธอรู้นะว่าเราแอบมอง กลัวเธอรับไม่ได้

    ขอได้แค่มองอย่างนี้ จนกว่า เราหรือเธอ จะไม่ได้ทำงานตึกนี้หละกัน

     

    ความคาดหวัง

     

    เคยหวังอะไรไว้ไหม .............

    เคยสิ บางทีก็สมหวัง บางทีก็ไม่ แล้วแต่กรณี

    หวังไว้แค่ว่า เนื้องอกที่กระดูกซี่โครงด้านขวาจะไม่เป็นเนิ้อร้าย

    อาการบวม สารพัดบวม จะลดลง (จะได้ผอม ๆ สักที)

    จะทำทุกวันให้มีค่า เพราะไม่รู้ว่าชีวินี้จะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่

     

     

     

     

    ถ้าจะสูญเสียทุกอย่าง ขอสูญเสียความหวังเป็นสิ่งสุดท้าย

     

     A6134546-221.jpg image by Canon_D

     

     Ueda Tatsuya

     

     

      

    December 18

    Shadow

    เงา
    Ost. Mulan
     
    ที่เธอเห็น ไม่ได้เป็นตัวฉันอย่างที่ตัวฉันเป็น
    ยังมีความลับมากมาย
    ซ่อนเอาไว ไม่มีใครรู้จักตัวฉัน
     
    หลอกใคร ใคร แต่ในใจจริงนั้น
    ฉันไม่เคยต้องการ
    ทนมานานไม่รู้เท่าไหร่
     
    ใครกันจ้องมองฉันอยู่
    ดูเหมือนเธอกำลังร้องให้
    ภาพที่เห็นเป็นเงาของใคร ไม่ใช่ตัว ฉันเลย
     
    ต้องทนกล้ำกลืน ทนฝืนใจ
    นานเท่าไหร่ จะคลายหมองเศร้า
    กลับคืนมาเป็นตัวของเรา เป็นใจของเราสักที
     
    อีกกี่คน ที่ต้องทน เจ็บช้ำ แต่ต้องจำฝืนทน
    มีตัวตนอยู่เพื่อใคร
     
    สักวันจะให้โลกได้รู้ถึงความในใจ
    ยังมีใครยอมรับฉันได้
     
    ทำไมต่างคนซุกซ่อน แสดงละคร ปิดบังหัวใจ
    บทที่เห็นเป็นตัวของใคร ไม่ใช่ตัวของเรา
     
    ต้องทนกล้ำกลืน ทนฝืนใจ
    นานเท่าไหร่ จะคลายหมองเศร้า
    กลับคืนมาเป็นตัวของเรา
    เป็นใจของเราสักที
     
     
    กลับคืนมาเป็นตัวของเรา .........เป็นใจของเรา สักที............
     
    December 16

    Up date

    เกิดอารมณ์พาลชาวบ้านไปทั่ว อย่ามายุ่งนะคับ รับรองโดนลูกหลงแน่
    อารมณ์ยิ่งไม่ปกติอยู่ด้วยช่วงนี้ ขอเวลาปรับอารมณ์สัก 1-2 อาทิตย์ ง่ายๆ จนถึงปีใหม่โน้นหละ
    ไม่ก็คงหลังปัใหม่ มีเหตุการณ์หลายๆ เหตุการณ์ที่มันมากระทบจิตใจอันอ่อนไหว
    หลายการกระทำ หลายเรื่องราว หลายคำพูด ที่กระทบใจโดยที่คน(หลายคน)ทำไม่รู้หรอก
    บางเรื่องมันก็เก็บกดมาป็นปีๆ แล้ว แต่ไม่ได้ใส่ใจกับมันนัก
    ยกเว้นช่วงเดือน Nov - Dec ของทุกกปีเท่านั้นหละค่ะ มันจะเก็บมาเป็นอารมณ์หงุดหงิดปกติของมันอยู่แล้ว
    ปล่อยให้มันอยู่คนเดียว ทบทวนอะไรหลายๆ อย่างสักพักเดี๋ยวมันก็หาย
    แล้วอย่าพยายามให้มันเป็นแบบนี้ แบบนั้นเลยนะคับ กลัวมันจะระเบิดออกมา
    ถ้าทนไม่ไหวระเบิดออกมา ก็ไม่รับรองความปลอดภัยของตัวมันเองเหมือนกันหละ
    เพราะเคยระเบิดมาครั้ง มันเกือบตายมาแล้ว และขอบอกทุกท่านที่เข้ามาอ่านว่า  มันเป็นของมันอย่างนี้มานานแล้ว
    ไม่ต้องเป็นห่วงนะคับ ปล่อยมันไป แค่ช่วงนี้เท่านั้น
    ถ้าผ่านช่วงนี้ไป มันจะกลับมาเป็น ไอ้นัท ไอ้ซีเกม ไอ้ติ๊ก ไอ้แม่หญิง คนต๊อง บ้า ๆ เหมือนเดิม
    ขอสัญญาว่าครั้งนี้ มันไม่ทำอะไรบ้า ๆ ท้าความตาย เหมือนเดิม
     
     
     
     
    ขอบคุณทุกความห่วงใย นะคับ ขอบคุณจากใจจริง 
     
     
    November 07

    Up date

    กลับมา Up date เล็กน้อย หลังจากที่หายไปนานกับลูกสาว และ หนุ่มๆ ในสังกัด
    กลับมาคราวนี้ก็เพราะลูกสาว (ลูกชายคนสวย) ทั้ง 2 คน เล่นหนังด้วยกัน

    Takumi-kun Series
    And Whispering in the Spring Breeze

    สร้างจากการ์ตูนเรื่อง Takumi-kun Series อยากรู้รายละเอียดไปหาดูเองนะจ๊ะ ไม่ก็หลังไมค์ กับนัทได้

    ..เทรลเลอร์..เรื่องนี้ออกมาแล้ว และอยู่ในมือนัทตั้งแต่ อาทิตย์ก่อน

    โดนใหม ดูตอนแรก ขอบอกว่า โดนอย่างแรง ตัวละคร ฉาก ทุกอย่าง โดน แต่ขอย้ำว่า ดู 2 รอบเท่านั้นนะ

    อยากจะร้องออกมา แต่ร้องไม่ได้เพราะผู้ชายเต็มห้อง (ห้องทำงานนะ มีผู้หญิงคนเดียวทั้งแผนก)

    ดูรอบที่ 3 สายตามันเริ่มจะจับผิดคนแสดงแระ(สายตามันหาเรื่องจริงๆ)

    ว่าด้วยเรื่อง แรก นักแสดงนำ Yanagishita Tomo (ลูกสาวคนที่ 2) Katou Keisuke พระเอก ดูๆ ไปฉากที่เล่นด้วยกันทำไมแสดงกันแข็งแบบนั้น
    ไม่ธรรมชาติเลย มัน  Fake มากกก แต่พอไม่ได้เข้าฉากด้วยกันไง ดูแสดงเป็นธรรมชาติมาก ยิ่งเฉพาะฉากก.... เอ่อ...
    ฉาก (หลังไมค์หละกันถ้าใครอยากรู้) มันไม่เนียน อาจจะเพราะครั้งแรกเลยเกร็งทั้งคู่ก็ได้ (ครั้งแรกคืออะไรวะค่ะ: P) แต่นะ หนังญี่ปุ่นไม่น่าให้รอดออกมาได้

    ว่าด้วยเรื่องที่ 2 Aiba Hiroki (ลูกสาวคนแรก) ในเทรลเลอร์ หนูไอจัง เรียกว่าโพล่ออกมา เกือบท้ายเรื่อง แต่เป็นการปรากฏโฉมที่เรียกได้ว่าขโมยซีนสุด ๆๆ
    ประมาณว่า ออกมาไม่ถึง 10 วิ ตัวเอก ทั้ง 2 คน ตายและดับสนิท (เหอะๆ ลูกสาวฉานสามารถ) บอกตามตรงในเรื่องนี้ไม่มีใครดับรัศมีความงามของไอจังได้
    ว่าด้วย บุคลิก การแต่งตัว แสง มุมกล้อง ทุกอย่าง ช่างส่งเสริมให้ไอจังเด่น ขอย้ำเด่นจริงๆๆ จนรู้สึกว่า เรื่องทั้งเรื่องมีไอจังเด่นจริง
    หรือตั้งใจทำให้เด่นคนเดียวไม่รู้ (ไม่ได้ Spoil ใครนะแต่มันรู้สึกแบบนั้นจริง ) แล้วที่ฉานดูมา นาทีกว่าๆ นั้นอะไรเนี้ย  
    (ว่าด้วยเรื่องการตลาด เรื่องนี้อาจจะขายไอจัง เพราะแฟนคลับไอจังคนเดียวอาจจะมากว่า นักแสดงทั้งเรื่องก็ได้นะ )

    ว่าด้วยเรื่องที่ 3 ก็เป็นเรื่องลูกสาวคนแรกอีกนั้นหละ ในเรื่องจะแสดงเป็นนักไวโอลีน แต่ไงลูกสาวตรู (หยาบนิดหน่อย)
    ถือไวโอลีนแบบนั้นวะค่ะ(ถือเหมือนจะเอาไวโอลีนไปฟาดหัวใครนั้นหละ) เวลาเล่น ทำไมวางไวโอลีนไว้ด้านหน้าแบบนั้นนน
    แล้วจะเล่นยังไงกานค๊า วางแบบนั้นมันเล่นยาก โอ้ววววววว ท่านผู้กำกับปล่อยออกมาได้ไงวะค่ะ  รับไม่ได้สุด เรื่องนี้ทำให้รู้ว่าลูกสาวเรา คอสั้น
    (เดินไปตื้บไอ้หนูใหม่ เพราะเป็นคนบอก)  ตรูจะเป็นลม  ได้เรียนรู้อีกอย่างว่า ลูกสาวตรูไม่เหมาะกับไวโอลีนที่สุด

     

    ถามว่าจะดูเรื่องนี้ใหม ตอบอย่างมั่นใจ ดู ถึงยังไงก็จะต้องดู ตามล่ามาดูให้ได้ เพื่อสนองตัณหาของตัวเอง แค่ในเทรลเลอร์มันยังไม่สะใจ

     

    Ps .เรื่อง fiction ยังไงก็ไม่ตัดใจน่าค๊ะคุงน้องใหม่ ยังไงก็จะเขียนให้ได้ แต่อาจจะนานหน่อย ม่ายมีเวลา + ต้องรื้อฟื้นความรู้ด้านภาษา
    (ที่ทิ้งมานาน) ใหม่หมด ไม่ยอมแพ้หรอก

    ทำไมปรับตัวอักษร ไม่ได้หว่า งง

     

    October 05

    กำลังบ้า ภาค 2

    ก็ไม่มีอะไรมากมาย หลังจากที่อาการติดการ์ตูนมันกลับมาอีกครั้ง
    คราวนี้ตามมาติด ๆ ด้วยไวรัส Y กำลังติดงอมแง๋ม มองไปทางใหนเป็น Y
    ซะให้หมด มิตรภาพระหว่างผู้ชายไม่ต้องเหลือแระคราวนี้ เพราะฉานคิดเป็น Y ไปแล้ว
    ไม่พอยังหาคนรวมขบวนการได้อีก เหอะ ๆ ชีวิตที่แสนจะ Y
    แถมช่วงนี้ยังติด fiction ขึ้นหัว แต่บอกไว้ก่อนนะ fic ของญี่ปุ่นเท่านั้นนะค๊ะ
    ฝั่งเกาหลีกะฝั่งฝรั่งหนูม่ายอ่าน ด้วยเหตุผลบางประการ (คุงน้องใหม่คงรู้เพราะบอกมานไปแระ)
    เรื่องที่ตามอ่านเหรอคงเป็นเรื่อง ++Hey! Boy! I need you!!++ จากบอร์ด flamewebsite
    ถามว่าทะม่ายถึงติดนะเหรอ ก็นะ คนแต่ง fic แต่งสนุกตัวพระนาง น่ารัก เหอะ ๆ
    ที่สำคัญ เพราะมี ไอบะจัง (Hiroki aiba) ด้วยต่างหาก ไม่ค่อยมีคนแต่ง fic เรื่องของไอบะพออ่านเจอก็เลยติดมั้ง
    แต่คนแต่งไม่ได้อัพมานานแระ เศร้า เนอะ อยากจะเขียน fic สักเรื่อง แต่คงไม่ไหว
    เพราะงานประจำก็ท่วมหัว คงจิ้นมะไหวตายคาหน้าคอมแน่
    และตอนนี้รู้สึกว่า เครียดวะ ม่ายช่ายเพราะงานนะ เรื่องอื่น เหมือนมันทับถมเรื่อยๆ
    เสร็จ มันก็ทำให้นอนไม่หลับอีกแระค๊า อยากให้มันน๊อคจังเลย จะได้หลับทั้งวัน
    ความเครียดถามหาทีไร นอนมะหลับทุกที ฉานหละกลุ้มมม
     
    แล้วฉานจะทำไงต่อเนี้ย เฮ้อ.....
    EDIT
          ตอนเช้าวันนี้ (15/10/2007) เกิดเรื่องบ้าๆ อะไรขึ้นวะเนี้ย เพิ่งรู้ว่าน้องที่ทำงานคนหนึ่ง
    เอาชื่อเราไปอ้างกับเพื่อนในเนท ประมาณว่าอยู่ใหนก็อยู่กับเราว่างั้นเถอะ ไปเล่นเนทที่ทำงานก็ไปเล่นกะพี่นัท ว่างงั้นเถอะ
    แถมยังเจือกบอก (ด้วยหน้าระรื่น) ด้วยว่า อ้างชื่อพี่นัท แล้ว(เพื่อนในเนทของตรู) ไว้ใจ อ้าวว เจี้.....ย แล้วใหมนั้น (ขอหยาบหน่อยเถอะ ปกติใช่ว่าจะเรียบร้อย)
    ใช่ว่า ฉานกะเธอจะสนืทกันตั้งแต่เมื่อใหร่ จะทำให้ตรูเสียเพื่อนแล้วใหมนั้น ทำให้ตรูของขึ้นตั้งแต่เช้า
    ถ้าจะคบเผื่อเลือก อย่าเอาตรูไปเข้าเกี่ยวข้อง ตรูไม่ใช้ไม้กันหมาของใคร ที่สำคัญตรูห่วงเพื่อนตรูมากกว่า
    คุงน้องช่างหัว คุณน้องมาน ไม่มีไรเกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว แต่เพื่อนในเนทตรู มันเพิ่งจะอกหัก อย่าไปให้ความหวังเพื่อนตรูเลย
    คุงน้องสนุก แต่ตรูนะทุกข์ถนัด+เพื่อนตรูด้วย
    เขียนนี้ ถ้าพวกคุงๆ ทั้งหลายและเพื่อนคนนั้นมาอ่านคงรู้นะว่าหมายถึงตัวท่านเอง ทำใจไว้เถอะ ตรูขอเตือน
    รักเผื่อเลือก มันสนุกนักหรือไง โมโห ของขึ้น อารมณ์สนุก ๆ ตอนไปงาน Conmics ที่ตึกฐานหายหมด
    เพราะเรื่องนี้ ใครจะรับผิดชอบอารมณ์ตรูวะเนี้ย.....  ตรูเกียจมรึง
     
     
     
    ปล. 1. ทำม๊ายยยยย ไอบะ นับวันยิ่งสวยขึ้นๆๆ เนี้ย เห็นตั้งกะยังเต้น street dance จนมาเป็น ฟูจิ ชูสุเกะ
    จะสวยเกินหน้าเกินตาผู้หญิงมากไปแล้วนะ T_T
    September 04

    ณ ดินแดนแห่งความฝัน

     

    เสียงเปียโน ดังกังวานด้วยเพลง Endless Rain ของ X- Japan แผ่วเบาในค่ำคืนนี้

    ข้างนอกฝนกำลังตกโปรยปราย เสียงฟ้าร้องดังเป็นระยะๆ

    ตัวฉันกำลังนั่งทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิต อย่างเงียบๆ

    มองดูนาฬิกาแล้ว เที่ยงคืนกว่าแล้วสิ ในตึกเงียบนานแล้ว

    คงมีแต่ฉันที่นั่งที่ยังคงนอนไม่หลับ นานแล้วสินะ ที่ร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลงเวลาพักผ่อน

    จากที่เคยนอนตอนกลางคืนเหมือนคนอื่น กลับตอนนี้จะง่วงช่วงกลางวัน

    นานแล้วสินะ ที่ได้แต่นั่งคิดอะไรเงียบๆ ไม่ได้เขียนอะไรเรื่อยเปื่อยแบบนี้ นานแล้วสิ

    ตอนเรียนมัธยม เราก็ชอบที่จะเขียนเรื่องราวต่างๆ ไว้มากมายเหมือนกัน

    เพื่อนบางคนเคยพูดเสมอว่า เรานี่ชอบเขียนแต่เรื่องเศร้าๆ จัง 

    วันนี้อาจจะเพราะเสียงเพลง สายฝน และคนเหงาๆ คนหนึ่ง

    นั่งคิดถึงเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวัน เลยนั่งระบายๆ สิ่งที่ผ่านมาผ่านตัวอักษร

    มันคงเป็นการเขียนไปเรื่อยเปื่อยมากกว่าที่จะเขียนให้เป็นเรื่องราว

    เสียงเพลงบทใหม่เริ่มต้นขึ้น Say Anything เมื่อไหร่ นะที่เริ่มรู้สึกตัว

    บางทีอยากจะพูดอะไรกับใครสักคน แต่ไม่อาจจะจะพูดได้

    เมื่อไหร่นะ แค่จะเอ่ย ปาก แล้วคำพูดนั้นก็จะกลืนหายกับสายลม

    ตั้งแต่เมื่อไหร่จะ ที่ตัวเราเริ่มที่จะมีโลกส่วนตัวมากขึ้น มากขึ้น

    เริ่มคุยกับตัวเองมากขึ้น ..............และในตอนนี้ ร่างกายเริ่มที่ไม่ไหว

    อยากเอนกายพักผ่อน แล้วนะ ฝนข้างนอกยังตกต่อไปเรื่อยๆ

    และคงตกถึงเช้า คืนนี้ ฉันคงหลับฝัน ไต้ผ้าห่มอุ่นอีกคืน 

    August 22

    บันทึกในสายลม ฝนจาง

     

    ใส่ข้อความที่ต้องการลิงก์ไปยังรูปภาพ

     

    ในตอนเช้าแต่ละวันรู้สึกว่าตัวเองตื่นสาย มากขึ้นเรื่อยๆ
    จากปีที่แล้ว ต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 มา แว๊ปมาตอนนี้
    ฉานตื่น 6 โมงครึ่ง บางวันขี้เกียจ ก็เล่นตื่น โน้น 7 โมง
    มันจะอะไรกันนักหนาหว่า แต่ก็อย่างไรก็ตาม
    ฉานก็มาทำงานก่อน 8 โมง
    อยู่ดี (7.50 น.) โฮ๊ะ ๆๆ
    ตอนนี้ชีวิตแต่ละวันก็ยังคงเหมือนเดิม เรียบง่าย
    จนนึกถึงแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
    บางวันชีวิตผ่านไปเรื่อยเปี่อย เหมือนแม่น้ำที่ไหลเรื่อยๆ
    ม่ายมีแก่ง ไม่มีแอ่งที่จะมาทำให้มันไหลเชียวเลยสักนิด
    ชีวิตที่ขาดสีสัน ดีหน่อย บางวันลุงพีพี่ พาเดินเล่นแถวสะพานพุทธ
    หรือไม่ก็นั่งรถเมล์เล่น (สาย 3 นั่งจากหอ ไปหมอชิต และนั่งย้อนกลับมา)
    ฉานนี่บ้าหรือเปล่า แต่ไม่ได้ทำบ่อยๆ หรอกนะ การนั่งรถเมล์เล่นเนี้ย
    นอกจากวันใหนที่รู้สึกเซ็งสุด ๆ เท่านั้นหละ
    เรื่องงานก็เรื่อยๆ เฉี่อยๆ เหมือนเดิม เดือนหน้าคงมีอะไรเปลี่ยนแปลงเยอะ
    คงทำงานเยอะขึ้น วุ่นวายขึ้น อาจจะทะเลาะกับลูกพี่มากขึ้น (ปัจจุบันก็ทะเลาะ)

    เพื่อกระชับความสัมพันธ์ (โฮ๊ะ ๆๆๆ)
    การ์ตูนก็ยังดูเหมือนเดิม แต่จะติดเล่น Free Call มากกว่า ไม่รู้นะ เล่นเกมนี้
    ไม่เคยเบื่อเลย เล่นได้เรื่อยๆ แต่บางเกม เล่นแป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว
    เพื่อนบางคน มานก็บ่นๆ ให้ จะดูการ์ตูนไปทำไม โตจนป่านนี้แล้ว
    มันก็เป็นงานอดิเรกของแต่ละคน ม่ายยย ต้องมาว่ากันด้วยหว่า

    ทีมันยังบ้าละคร บ้าดารา ยังไม่ว่ามันเลยสักคำ (บ้า บอ พอๆ กันนั้นหละ)
    จะให้ไปบ้าดารา บ้าละคร กับมันคงไม่ไหว เบื่อตัวอิจฉา ที่วันๆ ไม่ทำอะไร
    นอกจากออกมาร้องกรี๊ดดดดด แย่งผู้ชายกัน อย่างว่านะ ความชอบแต่ละคนไม่เหมือนกัน

    ฝนกำลังจะตกแล้ว บรรยากาศที่แสนจะน่านอน เป็นห่วงผ้าที่ตากไว้หลังห้องนิดหน่อย
    แต่ก็ช่างมันเถอะ เดี่ยวเอาไปซักใหม่ก็ได้ นอนดูสายฝนที่โปรยปรายลงมาจากฟ้า
    พรุ่งนี้และวันต่อๆ ไป ชีวิตฉันจะเป็นอย่างไรบ้างนะ




    มองฟ้าวันนี้สดใสกว่าเมื่อวาน(ทั้งๆที่มันฝนตก ฟ้าหม่น)
    แต่ถึงอย่างไร นัทจังก็ยังบ้าๆ บอๆ และเอ๋อ เหมือนเดิม
    ^ ^V

     

    July 19

    เรื่องก็เป็นเช่นนี้หละ

     ช่วงนี้ กำลังคิดว่า ชีวิตแต่ละวันช่างน่าเบื่อเหลือเกิน
    ตื่นเช้าไปทำงาน เลิกงานกลับห้องดูการ์ตูน ดูเสร็จก็นอน
    ตื่นตอนเช้าไปทำงาน เป็นแบบนี้ เริ่มจะรู้สึกเบื่อ ๆ แล้ว
    กับคนที่ทำงานบางคนเหมือนกัน มีปัญหาอะไรก็โบ้ยมาให้ซะหมด
    ไม่รู้จักแก้ปัญหาเองมั้งเลยเหรอไง แต่นะ โบ้ยมาให้เรากะโบ้ยคืนให้เขา
    เพราะเรื่องมันงานมันอยู่ที่
    Process ของเขาแล้วนิน่า
    มันจบ
    Process
    เราแล้ว จะมาให้เราตอบคำถามของแผนกอื่นได้ไง
    แล้วก็นะ ทำไมชอบว่าตอบเขาจังเลยว่า ยังไม่ได้รับเอกสารจากเรา
    เฮ้อ ฉานหละกลุ้ม ทั้งๆ ที่เอกสารอยู่กับเขาตั้งแต่ต้นเดือน กลุ้มเจง ๆๆ

    อีกเรื่องก็ ก็ปัญหาต๊อง ๆ กับหน้าไซท์งานบางไซท์ ที่เรียกว่า ไม่รับผิดชอบก็ได้มั้ง
    เวลาส่งใบเสนราคาอะไรไปให้เนี้ย คุณท่านจะไม่เก็บอะไรไว้เลยเหรอไง
    พอมี
    PR
    ซื้อของที่ไหน ก็เอาหละบอกจัดซื้อ มาเอากับนัทนะ ตรูจะรู้มะเนี้ย
    ว่าทางหน้างานตกลงอะไรไว้กับทาง
    Suppliers
    ใบเสนอราคาบางทีมี 4-5 ใบ
    และก็นะ เป็นอยู่ไซท์เดียวเนี้ย ทีไซท์อื่น ไอ้เราก็ส่งให้เหมือนกัน ทำไมไซท์อื่นได้
    แต่ไซท์นี้ไม่ได้ เฮ้ออ ตรูหละกลุ้ม

    แต่ถึงจะมีเรื่อง งี่เง่ามาให้รกสมอง แต่มันก็ยังมีเรื่องดีๆ มาชดเชยเสมอหละน่า
    ทุก ๆ วันก่อนไปทำงาน เราจะมานั่งรอเพื่อน ที่ใต้หอ แต่ละวันได้เห็นชีวิตคนที่หอ
    ก่อนเวลาไปทำงานแล้วก็รู้สึกดี เพราะตอนทำงานอยู่ที่ชลบุรี ไม่ค่อยได้เห็นหรอก
    ต้องออกจากหอ ตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง กับงานที่วุ่นวายทุกวัน แต่วันนี้คิดได้แล้วว่า
    บางที ชีวิตเราปล่อยเวลาว่างๆ นั่งมองสิ่งรอบตัวบ้างก็ดี  ตอนเช้านั่งเล่นกะน้องพลอย
    น้องน่ารัก ๆ วัย 7 เดือน นั่งมองน้องวิว วิ่งเล่นตอนเช้า ๆ มองป้าร้านขายหมูปิ้งนั่งเมาร์กะลูกค้า
    ดูพี่ที่พักหอเดียวกัน ป้อนข้าวลูกชาย แสนซน ทั้ง 2 ก่อนไปโรงเรียน
    มีเรื่องประทับใจมากที่สุดคงจะเป็นเรื่องของ ผู้หญิงที่นั่งรถวิวแชร์ พักอยู่บนชั้นบนของหอ
    ทุกเช้าวันทำงาน จะเห็นผู้หญิงคนนี้ ลงมารอรถ ที่ใต้หอด้วยหน้าตาและรอยยิ้มที่สดใส
    พร้อมๆ กับผู้ชายที่เราคิดว่าเป็นแฟนกัน เพื่อจะไปทำงานพร้อมกัน ดูแล้วทั้งสองคนคงจะรักกันมาก
    และเช้าวันนี้ (20/07/2550) ก็เช่นกัน ขณะที่เรากำลังมองดูเหตุการณ์แต่ละอย่างกำลังผ่านไปตรงหน้า
    ทั้งสองคนก็ออกจาหอรอรถเหมือนเดิม แต่ที่ผิดไปจากทุกวันคือ วันนี้ เราได้เห็นว่าแขนขวาของผู้ชายลีบ
    เหมือนจะใช้การไม่ได้ ทั้งๆ ที่ตอนแรกคิดว่า ผู้ชายคงเป็นปกติเหมือนคนธรรมดาทั่วไป
    จากสิ่งที่เห็นในเช้านี้ ทำให้เรารู้สึกว่า สองคนนี้คงรักกันมาก ๆ เลยสินะ คงดูแลกันและกันมาตลอด
    ไม่อย่างนั้น ทั้งสองคนคงไม่มีหน้าตาที่สดใส ทุก ๆ เช้าอย่างนี้หรอก
    การที่มองคนที่มีความรักอย่างแท้จริงนี้มัน มีความสุขนะ ยังคิดเลยนะว่า
    ตัวเราจะมีความรักที่สวยงามแบบนี้บ้างใหม

    July 11

    ตอนนี้กำลังบ้า

     เอ๊ะ ๆ อย่าคิดว่าจะเป็นบ้านะ
    แค่ก็ อาการบ้าการ์ตูนกลับมาเท่านั้นหละ
    หลังจากที่มันหายไป สัก 6-7 ปี
    ยังจำได้ว่า ที่อาการนี้หายไปเพราะ ไปติดเกมส์ออนไลด์
    ช่วงนี้ งานก็เริ่มจะเข้าที่เข้าทาง จัดระบบการทำงาน
    ให้ใช้ได้กับที่ทำงานใหม่ อาการติดการ์ตูนก็กลับมากำเริบอีกแล้ว
    ตอนนี้กำลัง กำลังบ้า The Prince of Tennis
     
     
    เริ่มจะบ้าเต็มพิกัด นี้กำลังหา ภาคที่เป็นภาพยนต์ (คนแสดง)
    อยากดูว่า จะทำมาเวอร์อลังการงานสร้างแค่ใหน
    เพราะที่อ่านจากหนังสือการ์ตูน กับในภาค Anime แล้ว
    น่าจะเอาสู้ บรรดา นักเทนนิสระดับโลกได้สบายๆ บางทีมืองวางอันดับ 1-9 ของโลก
    อาจจะเป็น ตัวเอกของเรื่อง The Prince of Tennis ก็ได้นะ
     
    อีกเรื่องก็ Ouran Hight School Host Club
     
     
    เรื่องนี้สนุกนะ มีที่เป็นการ์ตูน ทั้งแต่ต้น จนจบ
    ภาค Anime จากที่ดู ทำออกมาสวยกว่าฉบับการ์ตูนเยอะ
    แต่เรื่องนี้ก็แสดงถึงความเว่อร์ ของบรรดาลูกเศรษฐีญี่ปุ่น
    กับความน่ารักของบรรดาหนุ่ม ๆ  ชมรมโฮส
    ใครไม่เคยดู แนะนำให้ดู+อ่าน รับรองสนุกมากกกก
    บางทีอาจจะหัวเราะจนท้องแข็งเลยก็ได้
     
    เรื่องต่อไปที่จะดู คือ Love hina แล้วจะกลับมาเล่าถึงความบ้าใหม่น่า ค๊า
     
    ยังสบายดี อวบอ้วนน่ารักเหมือนเดิม
    May 18

    ลมหนาว สายฝนและความทรงจำสีจาง

     
     

    ลมหนาว

    ……….

    ถ้ามีใครสักคนถามว่า เคยไปทะเลหน้าหนาวใหม อยากรู้จังว่า มันจะสวยแค่ใหน

    ความทรงจำสีจางๆ เริ่มผ่านเข้ามาให้ห้วงความคิด

    เมื่อประมาณต้นปีที่แล้ว ใครนะที่เคยให้สัญญา

    ในวันเกิดเราว่า  จะพาไปเที่ยวทะเลตอนหน้าหนาวกันนะ

    เพราะรู้ว่า เราอยากไปแค่ใหน ถึงแม้จะอยู่ใกล้ทะเล

    แต่ไม่เคยได้ไปตอนหน้าหนาวสักที

    และก่อนจะถึงวันนั้น เธอก็ได้เดินจากไป

    พร้อมกับคนที่เธอเลือก และทิ้งความทรงจำสีจางไว้ในใจ

    ……….

    กุมภาพันธ์ หัวหิน

    กับพี่ชายแสนดี ทะเลหน้าหนาว พี่คงพาไฟไม่ได้นะ

    ไปตอนตรุษจีนได้ม่ะ แถวบางแสน-พัทยา เบื่อแระ

    ไปหัวหินกัน ตรูไม่อยากจะเห็นน้องสาวตรูร้องให้นะ

    บางแสน  ก็ทำให้เราเห็นพระอาทิตย์ตกที่แสนเศร้า

    หัวหิน เราจะเห็นพระอาทิตย์ยามเช้าที่สดใสได้เหมือนกัน

    ทะเลไม่ได้มีที่เดียวในประเทศไทยนะ มองให้กว้างแล้วเราจะก้าวต่อไปได้

    เสี้ยวหนึ่งของความคิด

    ถ้าตอนเช้าเราเห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่หัวหิน และตอนเย็นเราได้เห็น

    พระอาทิตย์ตกที่บางแสน คงจะดีไม่น้อย

    ถึงยังไง ทะเลหน้าหนาว มันก็ยังสวยในความทรงจำฉันเสมอ

    .............

    สายฝน

    มีคนเคยพูดว่า เวลาฝนตกอารมณ์ของเราจะอ่อนไหวเป็นพิเศษ

    จำได้ไหม เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ใครกันนะ ที่นั่งร้องให้

    เปียกปอนที่ระเบียงห้อง ยังจำได้ใหม

    หยาดฝนแต่ละหยดมันเจ็บแค่ใหน

    รสชาติของน้ำตาที่ไหลรินมันเป็นเช่นไร

    ความทางจำสีจางผ่านม่านสายน้ำ

    มองสายฝนผ่านม่ายสายตาที่แสนลางเลือน

    แล้วค่อยๆ เอนกายลงกับที่นอนและหมอนอุ่น

    ..........

    กับน้องสาว

    หน้าต่างบานเล็ก ๆ คุณพี่ฟังเสียงฝนสิ

    เพราะดีนะ คุณพี่ว่าเพราะใหมเหมือนเสียงเพลงเลย

    เธออออ ไปเล่นน้ำฝนกันใหม เย๊น เย็น สระผมด้วยน้ำฝนผมนุ่มดีนะ

    คุณพี่ๆๆ ฝนตกหนักเลย ให้คุณน้องไปรับที่ทำงานใหม

    ความทางจำผ่านม่านแห่งสายน้ำอย่างไรมันก็ยังคงที่จะงดงามตลอดไป

    December 08

    ห่วงสุดชีวิต

    เมื่อ 3 วันก่อนเพิ่งรู้ว่าตัวเองทำให้น้องสาวต้องร้องให้
    โดยที่พี่มันไม่รู้เลยว่าทำให้น้องสาวร้องให้
    เรานี่เป็นพี่ที่แย่ ไปหรือเปล่านะ
    แต่อยากจะบอกว่า ที่พี่ทำไปทุกอย่าง พี่มีเหตุผลของพี่
    เรายังไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าเราจะเป็นอย่างไร
    พี่รู้แค่เพียงว่า เราต้องทำแต่ละวินาทีให้มีค่าที่สุด
    พี่รู้ว่าเราเป็นห่วงพี่มากแค่ใหน
     
     
    เห็นไหม พี่ไม่ได้เป็นคนที่น่าอิจฉาอย่างที่เราว่าสักหน่อย
    แค่พี่พยายามทำทุกสิ่งให้ได้ดีที่สุดเท่าที่พี่ทำได้
    เราก็รู้ว่าพี่สุขภาพไม่ค่อยดีมาตั้งแต่เด็ก
    พี่นะ ยังอิจฉาเราเลยที่เราได้ทำอะไรหลายๆ อย่าง ที่พี่ทำไม่ได้
    พี่ถึงบอกเราเสมอไงว่า อยากทำอะไรก็ทำ ทำแล้วสบายใจ
    ทำแล้วไม่ให้ครอบครัวเดือดร้อน ตัดสินใจอะไรแล้วเราต้อง
    ยอมรับการตัดสินใจของตัวเองและเคารพการตัดสินใจของคนอื่น
    ก้าวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ  เราต้องก้าวอย่างมั่นคงนะ
    ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่เรา
     
     
    ณ เวลานี้พี่รู้ว่าจะต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด
    เพื่ออนาคตข้างหน้า พี่ เรา และครอบครัว
    ยังคงต้องมีอนาคตด้วยกันอีกยาวนาน
    พี่ยังมีสิ่งที่พี่ไม่ได้ทำตั้งหลายอย่าง
    ถ้าจะบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง แต่....
    พี่รู้ว่าเราก็ต้องคิดอยู่ดี
    เอาเป็นว่า เรามาทำทุก ๆ วันให้ดีที่สุดดีกว่านะ
    พี่เองพี่ก็จะรักษาสุขภาพให้ดีที่สุด
    เราเองก็ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด
    เรามามองอนาคตด้วยกันเหมือนเดิมดีกว่านะ น้องสาวพี่
     
     
    เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม พี่จะเป็นคนบอกทุกอย่างเอง
     
     
     
    December 04

    ฉันคนเก่า . . . จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

    ฉันเคย . . . ซบหน้าลงกับหมอนใบน้อย
    แล้วก็ปล่อยน้ำตา ให้รินไหล . . .
    เคยใช้เวลาเนิ่นนาน  . . . กับการเสียใจ
    ก่อนจะหยุดเพื่อถามใจ ว่า  . . . เคยได้อะไรคืนมา



    ตั้งแต่นั้น . . . ฉันก็ไม่เคยร้องไห้
    และไม่เคยอ่อนแอ ให้ใครที่เป็นปัญหา
    ฉันรู้ว่า . . . ทุกอย่างแก้ไขได้ โดยไม่ต้องใช้น้ำตา
    กับชีวิตวันข้างหน้า . . . ยังมีสิ่งดีๆ ให้ค้นหาอีกมากมาย



    วันนี้  . . . ฉันจึงเข้มแข็ง
    หัวใจที่เคยอ่อนแรง กลับแข็งแก่งขึ้นมาใหม่
    แม้สองมือจะบันทึก เรื่องราวอย่างเดียวดาย
    แต่สองเท้า ก้าวไปด้วยหัวใจทรนง . . .



    คงจะถึงเวลา แล้วซินะ
    ที่จะเช็ดน้ำตา ให้แห้งหาย
    ความเจ็บปวด  . . . ที่มีมันมากมาย
    จะเป็นเพียงฝันร้ายที่ผ่านไป . . .



    กลับเป็นฉันคนเก่า ในพรุ่งนี้ . . .
    พร้อมที่จะยืนได้อย่างดี ไม่หวั่นไหว
    หากน้ำตา . . . จะกลับมารดหัวใจ
    แต่นั่นต้องไม่ใช่เพราะ . . . ใครคนเดิม . . .
     
    November 28

    ชีพจรลงเท้า

    เมื่อ 2 อาทิตย์ ที่แล้วหลังจากเกิดอาการหลอน จนอยากจะฆ่าตัวตาย
    เมื่อ 1 อาทิตย์ที่แล้วผลตรวจสุขภาพออกมาทำให้เรารู้สึกแย่มาก ๆ
    แต่มีคนรู้ไม่กี่คน ไม่อยากให้รู้มากเดี๋ยวจะแตกตื่นกันไปซะเปล่าๆ
    แต่คนที่จะบอกให้รู้ไม่ได้คือคนในครอบครัว ไม่อยากให้เค้าเป็นห่วง
     
    ช่วงนี้รู้สึกตัวเองเดินทางบ่อยมาก ๆ 3-4 (26-28 พย  06) วันมานี้เดินทางตลอด
    เหนื่อยแต่ก็สนุกนะ นานๆ ทีได้เที่ยวมั้ง มัวแต่ยุ่งกับงาน
    กับเรื่องส่วนตัวที่ทำให้ตัวเองรู้สึกแย่ๆ 3-4 วันมานี้รู้สึกปลดปล่อยจริงๆ
    (26-27 /11/06)จากสวนนงนุช นอนที่ แอมบาสเดอร์ 1 คืน ปาร์ตี้ริมหาด กับวงกะลา
    ดูพระอาทิตย์ตกดินจากชึ้น 10 สวยมาก ๆๆ แต่ไม่มีรูปมาโชว์
    เพราะแบตกล้องมานหมดซะได้  ตื่นเช้ามาพร้อมกับเพื่อนรัก 3 คน
    (แจ่ม นุช ตาหนึ่ง) ในสภาพที่ใครเห็นแล้วต้องบอก โหยยยสภาพ ....
    เช้าไปทานอาหารเช้าสุดหรูของ แอมบาสเดอร์ เดินเล่นริมหาดของ โรงแรม
    ออกจาก โรงแรมตอนเที่ยง นัทจังกะเข้า กทมต่อ นอนพัก 1 คืน
    (28/11/06)  ตื่นเช้าไปทำบัตรประชาชนใหม่ เพราะบัตรเก่า
    ใครเห็นต้องบอกว่า เฮ้ยยย โจรเปล่าวะนั้น เปลี่ยนมาแล้วค่ะ
    ไฉไล หน้าใสเด้ง (ของสาวหน้าเหลี่ยม) กลับห้องมาพัก แป๊บ
    พี่นายพี ก็พาไปไหว้พระแก้วมรกต (ไม่ได้เอากล้องไปอีกแล้วเสียดายๆๆ)
    สวยมากกก คิดถึงแจ่มมาก ๆ อยากให้แจ่มมาด้วยที่สุด จนพี่ชายนายพีบอก
    คิดถึงแต่แจ่มๆ นะยะ อ้าวกะเพื่อนสนิ๊ทททสนิท เพื่อนรักหนูนิจะไม่ให้คิดถึงได้ไง
    แล้วก็พาไปทานอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ดูปลาตัวโต ๆ กับ ส้มตำครกละ 70 บาท - -"
    กินไปได้ แต่ก็รสชาติอร่อยๆ แบบคน กทม. นั่งเรือข้ามไปอีกฝั่ง (จำไม่ได้อ่ะ)
    ไปเดินดูของ กิเลสเยอะเลย รองเท้าคู่สวยๆ ทั้งนั้น แต่ใส่ไม่ได้ค่ะ เสียดาย
    จากนั้นก็เดินทางกลับถึงห้อง นอนสลบ ตอนเช้าไปสู้รบกับหัวหน้าไหม่ สู้ ๆๆ
     
    Ps . หลังจากที่ทบทวนเรื่องบางเรื่อง
     เธอคือคนที่ฉันใช้เป็นตัวแทนใครบาง
    ที่เป็นเพื่อนสนิทอีกคนของฉัน
    เพราะเธอเหมือนกับเพื่อนฉันมาก
    แต่ในความเหมือนนั้นมันก็มีความแตกต่างกันบางในรายละเอียดบางอย่าง
    หลังจากนั้น มันเกิดจุดเปลี่ยนแปลงเล็กขึ้นในใจ
    ฉันรักเธอ ไม่เกี่ยวกับการเป็นตัวแทนใคร
    แต่บทสุดท้าย เราก็ต่างคนก็ต่างเดินในเส้นทางของตัวเอง
    เธอเลือกเขา ฉันก็กลับไปจุดเดิมของฉัน
    เธอบอกว่าฉันคือตัวปัญหา
    ทั้งๆ ที่ฉันไม่รู้เรื่อง กับสั่งที่เกิดขึ้น
    เธอกับฉัน ต่อไปเราเป็นแค่คนที่เคยรู้จักกัน
    ฉันกับเพื่อนสนิท ก็ยังเป็นเพื่อนกันต่อไป
     

    อะไรคือความรักของเธอ บอกให้ฟังได้ไหม
    ทำใมบอกตัวเองว่าใจ ของเธอนั้นรักฉัน
    รู้ไหมเมื่อมองสายตา ทุกอย่างมันตรงข้ามกัน
    เหมือนไม่ใช่ฉันที่ยืนอยู่ในหัวใจ

    ฉันเป็นคนที่เธอรัก หรือเป็นความประทับใจ
     

    October 01

    ความเหงาที่ไม่มีใครเข้าใจ

    เที่ยงคืนแล้วสินะ ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมยังไม่นอน ทั้งๆที่พรุ่งนี้ต้องตื่นทำงานตั้งแต่เช้า
    แต่ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับ เสียงฟ้าร้องมาแว่วๆ ตอนเช้าฝนก้คงจะตกอีกแน่ ๆ
    มีใครคนหนึ่งเคยบอกว่า ทำไมนัทคิดมากจัง มีเรื่องอะไรก็เก็บเอามาคิดเรื่อยเลย
    นอนไม่หลับเพราะชอบคิดมากนี่หละ
    คิดมาก็จริงนะ ฉันชอบเก็บเอาเรื่องราวต่างๆ มาคิดเสมอ ทั้งๆที่บางเรื่อง
    ไม่ใช่เรื่องของตัวเองเลย แต่มันเป็นนิสัยฉันไปแล้วนิน่า ทำไงได้
     
    สารภาพตอนนี้เริ่มสับสนในชีวิต อาจจะเป็นหลายๆเรื่อง ทั้งเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว
    เหมือนกำลังรอให้ฉันตัดสินใจอะไรสักอย่าง แต่ไม่กล้าจะตัดสินใจอะไรเลย
    เดือน 11 นี้อาจจะต้องเปลี่ยนหัวหน้าไหม่ ฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าจะทำงานเข้ากันได้ไหม
    ถ้าไม่ได้ฉันก็คงจะต้องรอโบนัส แล้วต้องหางานไหม่ แต่มันก็มีเรื่องให้ห่วงอีกหละ
    แจ่มก็ยังทำงานอยู่ที่เดิม เลยไม่กล้าก้าวออกไปใหน เพราะตอนมาฉันก็มีแต่แจ่ม
    และตอนนี้ฉันก็มีแจ่มเป็นเพื่อนสนิทของฉันคนเดียวในตอนนี้ ทั้งแม่ฉันและแม่แจ่ม
    บอกอยู่เสมออย่าทิ้งกันนะลูก ก็ใช่นัทกะแจ่มไม่ทิ้งกัน แต่แจ่มดีกว่าฉัน
    เพราะแจ่มยังมีตาหนึ่ง แล้วก็หันกลับมามองตัวเอง เฮ้อออออ ฉันนี้ก็ยังไม่มีใครเหมือนเดิม
    สับวนในใจไม่กล้าจะทำอะไร  เศร้านะบางที
     
    ฝนเริ่มตกลงมาแล้ว เสียงฟ้าร้องก็ดังน่ากลัวมากด้วย กลัวนะกับการที่ต้องอยู่คนเดียว
    กลัวมาก ๆ กลัวกับทุก ๆสิ่ง เหงาไหมที่ต้องอยู่คนเดียว เหงานะแต่ก็เป็นบางเวลา
    แต่ต่อหน้าคนอื่นฉันก็ต้องทำตัวร่าเริง สนุกสนาน แต่พอกลับเข้าห้องฉันก็เป็นแค่
    ผู้หญิงอ่อนแอ คนหนึ่ง ที่หวังว่าคงมีสักวันที่จะเข้มแข็งขึ้น
     
    Ps. เพราะอะไรยังคงคิดถึงแต่เรื่องเก่า ๆ ที่มันล่วงผ่านมานานแล้ว
    เพราะอะไรยังติดอยู่ในความทรงจำเดิมๆ เพราะอะไรต้องคิดถึงเธอเรื่อยไป
    เพราะอะไรถึงไม่กล้าตัดสินใจอะไรสักอย่าง ทำไม
    เพราะอะไรถึงต้องทำตัวเข้มแข็งทั้งๆ ที่บางทีอยากจะร้องให้ออกมาดังๆ
    เพราะ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    เพราะฉันก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้สักที